bbviplover View my profile

HTML hit counter - Quick-counter.net


ShoutMix chat widget

 

 

ย้ายบ้านแล้วจ้า

 

 

เพื่อเป็นการฉลอง ในอีก 1 เืดือนข้างหน้า

เราจะครบ รอบ ปีที่ 2 ของบ้านสมาคมแม่บ้านbb แล้ว

ด้วย state ที่หน้าภาคภูมิใจมาก

ต้องขอบคุณที่ ทุกท่านได้แวะเวียน

เข้ามาบ้านเรามาโดยตลอด ขอบคุณมากค่ะ

 

ไม่ใช่ว่าเราอยากจะโชว์ State

แต่อยากให้ดูว่า มี Vip มากมายที่ยังคอยใส่ใจ และ

เข้ามาเยี่ยมเยียนบ้าน อย่างสม่ำเสมอ

 

คลิกที่ภาพ

 

 

ขอบคุณ VIP ทุกคน

 

ขอบคุณที่รัก Bigbang

 

ขอบคุณที่ให้ความรัก ความสนใจแก่พวกเค้า

 

ขอบคุณแหล่งที่มา ของข้อมูลทั้งหลายของพวกเค้า

 

ขอบคุณเพื่อนบ้าน ทุกบ้าน

 

 

สำคัญที่สุด คือ

ขอบคุณ exteen

ที่มอบพื้นที่อันมีค่าแก่พวกเรา

ที่ทำให้พวกเราได้มีโอกาส เป็นส่วนหนึ่งของ ViP Thai

ที่ได้เผยแพร่ข่าวสารและ ช่วยกันผลักดัน Bigbang ให้ Vip Thai

ได้เข้ามามีส่วนร่วม แสดงความรักที่มีต่อ Bigbang 

ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และซึมซับข่าวสาร

ของ Bigbang กลับไป

 

ชาวแม่บ้านสมาคมBB ทุกคน ปลื้มใจเป็นที่สุด

 

 

บ้านใหม่

 

 

 

คลิก

 

 

 

 

 

 

เชิญทุกท่านร่วมไปตัดริบบิ้นที่บ้านใหม่นะคะ ^ ^

 

 

ขอบคุณค่ะ 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประกาศโดย Pantipaza@bbviplover

 

 

 

credit:under7nacs2 , soompi-BB

เอาคลิปมาแปะให้ดู ก่อนย้ายไปบ้านใหม่จ๊ะ ไม่รู้ดูกันรึยังเนาะ

+++EDIT+++

 

update by: dsmom@bbviplover

[Tran] G-Dragon Interview Series : Part 13-14-15

posted on 28 Feb 2010 14:41 by bbviplover in Tran

  

G-Dragon Interview Series

 

Part 13 : The plagiarism controversies were unbearable

"การถูกตราหน้าว่า 'ผู้คัดลอกผลงาน'"

 


     ควอนจียงพร้อมหัวใจที่กำลังเต้นระรัวกับการปล่อยอัลบั้มเดี่ยวของเขาครั้งแรก...รู้สึกหมดหวัง แค่วันเดียวก่อนที่อัลบั้มจะวางแผง เพลงโปรโมตอย่าง'Heartbreaker'ถูกกล่าวหาว่าเป็นการคัดลอกผลงาน ใน Me2day ของจียงที่เคยเป็นช่องทางที่มีค่าสำหรับเขาในการติดต่อกับแฟนๆ ดูเหมือนจะกลายเป็นที่ที่ไร้หัวใจและน่ากลัวอย่างที่สุดในตอนนี้

     "ไม่ว่าจะเป็นการลอกจริงๆหรือไม่ ในความคิดของผม การมีคำว่า 'ผู้คัดลอกผลงาน' ตราหน้าอยู่ ก็เป็นเรื่องที่น่าขายหน้ามากแล้วครับ ในอินเตอร์เนต มีคนมากมายกำลังถกเถียงกันว่า 'ลอก' กับ 'ไม่ได้ลอก' ทางค่ายบอกกับผมว่าพวกเขาบินไปที่อเมริกาเพื่อที่จะเคลียร์เรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่ามันกลายเป็นศึกใหญ่ทางกฏหมายไปแล้ว ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องยากที่จะจัดการ ในขณะนั้นผมเองก็พยายามจะเต็มที่กับการร้องเพลงและเต้นให้กับทุกคนได้ดู แต่ผู้คนดูจะสนใจแต่เรื่องแย่ๆ นั้นอย่างเดียวเลย ตอนนั้นผมคิดอย่างเดียวเลยว่าผมจะต้องบ้าเข้าสักวันแน่ๆ หลังจากไตร่ตรองเรื่องนี้อยู่สักพักนึง ผมตัดสินใจว่านักร้องควรจะตอบคำถามทุกข้อสงสัยผ่านทางการแสดงบนเวทีครับ"

     จียงรู้ว่าไม่ว่าเขาจะออกไปพูดอะไรมันก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น เขานึกถึงนักแสดงที่จะสื่อสารกับผู้คนผ่านทางการแสดงในละครหรือภาพยนตร์ ดังนั้นจียงจึงคิดว่านักร้องเองก็ควรที่จะพูดทุกอย่างผ่านทางการแสดงและดนตรีของพวกเขา

     "ผมคิดว่าที่เดียวที่ผมจะสามารถทำได้กับเพลงของผมคือก็คือการแสดงบนเวทีครับ ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าผมควรจะขอโทษ ถ้าผมทำให้แฟนๆต้องผิดหวัง และคิดว่าถ้าเราพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว สักวันพวกเขาก็จะรับรู้ได้เองล่ะครับ"

     จียงต้องจมอยู่กับการโต้เถียงรุนแรงแบบนี้ทั้งที่อายุยังน้อย เป็นที่น่าแปลกใจว่าเขามีพลังที่จะเอาชนะแรงกดดันในเรื่องใหญ่แบบนั้นได้ยังไง? คำตอบก็คือความสนใจที่เขาได้รับจากทั้งแฟนคลับและแอนตี้แฟนเป็นแรงผลักดันที่ดีที่สุด

     "ถ้ามีการปล่อยข่าวที่เกี่ยวกับผมในอินเตอร์เนตเมื่อไรล่ะก็ คอมเมนต์แรกมักจะเป็นคนที่ซ้ำเติมผมเสมอครับ ไม่เข้าใจเหมือนกัน ผมก็เป็นคนนะ แน่นอนว่าผมเข้าไปดูครับ(หัวเราะ) พวกที่แอนตี้มักจะเข้ามาตอบเป็นพวกแรกๆ แล้วก็ทิ้งคอมเม้นแรงๆเอาไว้ อันที่จริงผมต้องขอขอบคุณนะครับ ถ้าเขาเกลียดผมจริงๆ เขาคงไม่สนใจผมหรอก รู้ครับว่าพวกเขามักจะคอยติดตามข่าวของผมเสมอเพราะยังคาดหวังอะไรในตัวผมอยู่ อย่างพวก 'ถึงฉันจะเกลียดหมอนี่ แต่มันก็อดไม่ได้ที่ต้องสนใจ' บางที เพราะคนเหล่านี้ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมต้องพยายามให้หนักกว่านี้ครับ"

     เป็นเรื่องธรรมดา นักร้องชื่อดังไม่สามารถหนีจากความสนใจของสาธารณชนได้ ทั้งการชื่นชมทั้งการวิพากษ์วิจารณ์ ก็เปรียบเหมือนกับเหรียญที่มีสองด้าน

     "แทนที่จะมานั่งคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะระหว่างผมกับคนที่เกลียดผม ผมกลับคิดว่าผมควรที่จะพยายามให้หนักยิ่งขึ้น จนกว่าคนพวกนั้นจะหมดไปมากกว่าครับ ผมไม่สามารถตอบโต้สาธารณชนได้ครับ เพราะศิลปินต้องทำงานกับสาธารณะ มันก็เหมือนกับการเป็นนักเรียน ผมกำลังรู้สึกว่าผมได้ทำการบ้านเสร็จแล้ว และตอนนี้ก็กำลังหวังว่าคุณครูจะชมเชยน่ะครับ"

     เสียงวิพากย์วิจารณ์ของสาธารณชนทำให้จียงได้เรียนรู้ที่จะสุขุมและใจเย็นมากขึ้น เขาอาจจะดูเป็นพวกเด็กแก่แดด แต่ก็ไม่ใช่พวกที่จะพยายามบังคับตัวเองให้ซ่อนความเจ็บปวดไว้ได้

     "มันจะมีช่วงเวลาแย่ๆแบบนี้เป็นหมื่นเป็นแสนครั้งเลยถ้าคุณอยู่ตำแหน่งที่สามารถถูกโจมตีได้ เกาหลีเป็นประเทศเล็กๆ ดังนั้นการอยู่ในตำแหน่งแบบนั้นมันท้อแท้จริงๆครับ ผมเข้าใจนะ แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บปวดทุกที เมื่อปีกของเราใหญ่ขึ้น เราก็จะบินไปได้ไกลมากขึ้น ตอนนี้ผมมาไกลเกินกว่าจะยอมแพ้แล้วครับ ตรงจุดนี้ เราไม่สามารถที่จะหันหลังกลับไปได้แล้ว ผมพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว พูดตามตรงเลยนะครับ ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจและรักผมมากกว่านี้"

 

 

 

Part 14 : I like girls who are like ‘cats’

"ผมชอบผู้หญิงที่ดูเหมือนแมว'"

 

 

     "ทั้งเนื้อเพลงและเมโลดี้ในเพลงที่ผมแต่งมาจากประสบการณ์ของผมทั้งหมดครับ แม้ว่ามันอาจจะเป็นแค่ประสบการณ์ที่ผ่านจากการคุยกับผู้คนหรือดูภาพยนตร์ก็ตาม ตอนที่ผมมีความรัก ผมก็เขียนได้แค่เนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความสุข แต่ตอนที่ผมอกหักก็มีแต่เนื้อเพลงเศร้าๆที่แล่นมาในหัว อย่างเพลง 'She's gone' ก็เป็นหนึ่งในอารมณ์ที่เกิดขึ้นตอนดูหนังน่ะครับ"

     เพลงที่จียงเขียนทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของเขาเอง ดังนั้นผู้ฟังเพลงก็จะได้รับรู้ถึงความรู้สึกของจียงจริงๆ ขณะที่ฟังเพลงของเขา

     "ผมคิดว่าผมต้องแต่งมันออกมาจากใจจริงๆครับ คนที่ฟังจะได้สามารถรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกไปด้วย ตอนที่ฟังพวกเขาอาจจะรู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วยก็ได้ ผมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ใครสักคนจะสัมผัสถึงความหมายของเพลงๆนึงจริงๆ ถ้าเพลงนั้นไม่มีที่มาอะไรเลย"

     แต่จียงมี แน่นอน เขาเคยมีความรัก แต่คนรอบตัวเขามักจะเรียกมันว่า 'รักแบบเด็กๆ'

     "ผมคิดว่านั่นมันเป็นความรักจริงๆนะครับ แต่เพื่อนสนิทของผมก็ยังชอบบอกว่า 'นั่นไม่ใช่รักแท้หรอก' ทุกทีอะ อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนจำพวกตกหลุมรักกับอะไรสักอย่างเร็วมาก แต่คลั่งได้ไม่นานก็เลิก แต่ตอนนั้นเราคบกันอยู่ระยะนึงเลยครับ"

     แล้วเขาก็เป็นคนจำพวกให้ได้ทุกอย่างกับผู้หญิงที่เขารักด้วย แม้บางทีมันอาจจะทำให้เสียงานก็ตาม ตอนที่อยู่กับคนรักจียงแสดงตัวตนจริงๆออกมา และอยากถูกมองในฐานะ 'ควอนจียง' ไม่ใช่ศิลปินที่มีชื่อเสียง ด้วยเหตุผลนี้เขาจึงไม่คิดจะปิดบังเรื่องที่เขามีแฟนต่อสาธารณชนเลย

     "พูดไปแล้วมันดูเหมือนเด็กๆเลยนะ แต่ผมทำกระทั่งปล่อยลูกโป่งให้เธอจากท้ายกระโปรงรถ หรือแม้แต่เหมาร้านอาหารเพื่อจัดมินิคอนเสิร์ตให้ (หัวเราะ) ผมไม่ได้อยากให้แฟนของผมคิดว่าผมเป็นศิลปิน เป็นคนมีชื่อเสียง เพราะงั้นผมอยากจะไปสวนสนุกกับเธอโดยไม่ต้องปิดหน้าปิดตา และทำทุกอย่างที่เธออยากให้ทำ คนชอบบอกว่าผมมันบ้าที่ไม่สนใจว่าจะเป็นข่าวมั้ย แม้กระทั่งประธานยางยังปรามผมเรื่องพบกับเธอเลยครับ"

     สเป็กของผู้หญิงที่จียงชอบจะต้อง 'เหมือนแมว' ?

     "ผมชอบผู้หญิงที่ทั้งหน้าตาและนิสัยเหมือนแมวครับ ชอบผู้หญิงที่พยายามวิ่งหนีแล้วให้ผมพยายามวิ่งตาม แต่จะเข้ามาอ้อนและทิ้งตัวลงในอ้อมแขนของผมเองตอนที่ผมหยุดตามเธออะไรแบบนั้นอะ ต้องเป็นคนที่ผมพึ่งพาได้ แล้วก็สามารถเอาผมอยู่น่ะครับ ผมชอบผู้หญิงที่ดุแล้วก็เข้มแข็ง อย่างน้อยตอนที่ผมมีความรัก ผมอยากที่จะมีใครสักคนที่อยู่เป็นเพื่อนแล้วก็ให้กำลังใจเวลาเหนื่อยๆ"

     แต่หลังการผ่านประสบกาณ์เสียใจสักสองสามครั้ง ความคิดของเขาที่มีต่อความรักก็เริ่มเปลี่ยนไป

     "ผมไม่เคยบอกเลิกใครก่อนเลย มันพูดไม่ได้จริงๆนะ ถ้าสมมติมีรักครั้งใหม่ในอนาคต ผมคงจะไม่รักเธอหมดใจตั้งแต่เริ่มต้นอีกแล้วล่ะ ผมอยากจะค่อยๆรักไปอย่างช้าๆแล้วล่ะครับตอนนี้"

 

 

 

Part 15 : I’m close with the DBSK sunbaes

"ผมเองก็เป็นรุ่นน้องได้ด้วยเหมือนกันนะเนี่ย"

 


     
     "ช่วงไม่นานมานี้ ผมได้พักเต็มอิ่มเลยหลังจากเพิ่งจบคอนเสิร์ตเดี่ยวไป ข้อจำกัดมากมายที่เคยมีอย่างเช่น ห้ามเที่ยว ห้ามดื่ม ห้ามมีแฟน จบสิ้นกันสักทีครับ ผมนัดเจอเพื่อนแล้วก็ไปหาที่ดื่มกัน ผมเห็นรูปของตัวเองแปะอยู่ที่ร้านแถวทงแดมุนตอนที่เราเดินช็อปปิ้งเลยถามเขาว่า 'เสื้อผ้าพวกนี้มันอะไรน่ะ?' แล้วคนขายก็ตอบกลับมาว่า 'อ๋อ นั่นเป็น G-Dragon Style ค่ะ'  เขาจำผมไม่ได้อะ (หัวเราะ)"

     ปี 2009 ที่ผ่านมาเป็นปีที่มีความหมายมากสำหรับจียง มันเป็นปีที่เขาได้ออกอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกและจัดคอนเสิร์ตในสไตล์ตัวเองให้โลกได้เห็น จียงรู้ดีว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะผ่อนคลายระหว่างทำงานต้องทำยังไง นั่นก็เพราะว่าเขาเดบิ๊วมาถึง 5 ปีแล้ว

     "ผมเคยพยายามที่จะพูดและทำตัวให้เท่ๆให้ดูเป็นมืออาชีพตอนที่ต้องไปงานประกาดรางวัลต่างๆ แต่ช่วงที่ผ่านมา ผมจะพยายามนึกว่ามันเป็๋นปาร์ตี้สักงานแทน งานที่จะทำตัวสบายๆ เช่นใส่ยีนส์ จูงหมา และก็ทำให้ตัวเองมีความสุข ทักทายกับคนมากมายในงานและไม่ต้องสนใจว่ามีกล้องอยู่ตรงไหนบ้าง โห่ร้องออกมาตอนที่รู้สึกสนุก และก็มีความสุขกับการเป็นส่วนหนึ่งของผู้ร่วมงาน"

     จียงได้มีโอกาสเป็นเพื่อนกับนักร้องจากค่ายอื่นมากมาย โดยเฉพาะทงบังชินกิจาก SM Entertainment ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในวงการทั้งที่ญี่ปุ่นและเกาหลี

     "กับรุ่นพี่ทงบังชินกิเราสนิทกันมากขึ้น แต่ก่อนค่ายของเราเคยต้องแข่งขันกันบ่อยมาก แต่มันก็เป็นเรื่องปกติเพราะพวกเราเป็นไอดอลกรุ๊ปเหมือนกัน พี่แจจุงเป็นฝ่ายเข้ามาทำความรู้จักกับผมก่อนครับ หลังจากนั้นผมก็กลายเป็นเพื่อนกับพี่ยูชอนและพี่จุนซูไปด้วย มันทำให้ผมรู้สึกว่า ผมเองก็เป็นรุ่นน้องได้ด้วยเหมือนกันนะเนี่ย"

     จียงจะชอบตื้อให้รุ่นพี่ทงบังชินกิซื้อของกินให้เขาตอนที่พวกเขาอยู่ญี่ปุ่น และพวกเขาก็ได้ให้คำแนะนำกับจียงมากทีเดียว

     "ผมนับถือพวกเขามากนะ เพราะเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างได้ดีขนาดนั้น มันไม่สำคัญหรอกว่าใครจะอยู่ SM หรือ JYP หรืออะไรก็ตาม ผมชอบทุกคนแหละ หลายครั้งที่มีความคิดแบบว่า 'อา คนๆนี้จะต้องผ่านความเจ็บปวดมาเยอะมากแน่ๆ' ไม่ก็ 'เราควรจะแนะนำเรื่องนี้กับเขาดีมั้ยนะ' ผมคิดว่าตอนนี้หัวใจของพวกเรากำลังเปิดรับกันและกัน และผมก็อยากทีจะให้รุ่นน้องเข้ามาทำความรู้จักและพูดคุยกับเราด้วยเหมือนกัน"

     แม้จะเป็นรุ่นพี่ที่เดบิ๊วมาถึง 5 ปี แต่บางครั้งจียงก็ยังคงเป็นเด็กที่รู้สึกกลัวอนาคตที่จะมาถึง

     "ผมต้องทำต่อไปครับ ปีนี้อัลบั้มของแดซองและพี่ท็อปจะออกมา ส่วนบิ๊กแบงจะกลับมาตอนปลายปี ตอนนี้ผมก็ลุ้นว่าทุกอย่างจะดำเนินไปตามแผนที่วางไว้มั้ย การทำงานของเราคือ พวกเราจะวางแผนทุกอย่างไว้ก่อน แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเวลาให้เหมาะสมที่สุด ขึ้นอยู่กับว่าโปรดิ๊วซ์เพลงเสร็จเร็วแค่ไหน"

     ในฐานะลีดเดอร์ของวง จียงต้องทราบถึงกิจกรรมเดี่ยวของสมาชิกทุกคนในวงดีพอๆ กับของวงเลย

     "มันมีเรื่องต้องทำเยอะมาก สำหรับแดซองที่จะต้องเตรียมตัวสำหรับอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง ดังนั้นผมคงต้องให้คำแนะนำเขาอย่างมากเลย แดซองน่าจะทำเพลงแนว R&B บัลลาดครับ มันอาจจะแตกต่างจากเพลงของบิ๊กแบงนิดหน่อย ส่วยของพี่ท็อปก็เป็นแนวฮิพฮอพแน่นอนอยู่แล้ว ผมคิดว่าผมคงได้ช่วยพี่เขาทำสักสองสามเพลงครับ"

     บิ๊กแบงวางแผนที่จะกลับมาในปี 2010 กับอัลบั้มใหม่และลุคใหม่ๆ และแน่นอนว่า 'ครั้งหน้าจะสำคัญที่สุด'

     "พวกเราต้องเดินหน้าต่อในฐานะบิ๊กแบงอีกครั้ง สองอัลบั้มล่าสุดที่ผ่านมาของเราสามารถขึ้นไปถึงจุดๆนึงเท่านั้น ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบนะ แต่ผมคิดว่ามันยังออกมาไม่ได้อย่างที่เราต้องการ และถ้าอัลบั้มที่จะออกในสิ้นปีนี้ยังคงไม่ได้ดั่งใจอีก ผมก็คงจะเกลียดตัวเองไปเลย พวกเราต้องก้าวไปข้างหน้าครับ แม้ว่าจะครึ่งก้าวก็ตาม และตอนนี้ซึงริก็อายุถึงเกณฑ์แล้วครับ เพราะฉะนั้นผมก็คิดไว้แล้วว่าในอัลบั้มหน้าเนี่ยเราคงต้องแสดงถึงความเป็นผู้ชายให้มากกว่าเดิม หมายถึงมากกว่าเป็นแค่วัยรุ่นน่ะครับ(หัวเราะ)"

     G-Dragon ดึงดูดพวกเราไว้อยู่หมัดโดยไม่รู้ตัวในฐานะผู้ชายคนนึง ความกล้าได้กล้าเสียของเขามีอิทธิพลอย่างมากในวงการดนตรีของประเทศเรา เราเชื่อว่าตำนานของวงการเพลงกำลังจะถูกสร้างขึ้นมาอีกหนึ่งเรื่อง แล้วตำนานที่ถูกสร้างขึ้นด้วยมือของของเขาจะมีรูปร่างเป็นแบบไหน?

     ได้เวลาแล้วที่จะปล่อยใจให้สบาย และเฝ้ามองดูการสร้างตำนานที่ยิ่งใหญ่ของผู้ชายที่ชื่อว่า 'ควอนจียง'

 

 

Article : kr.news.yahoo.com
Translation : sookyeong.wordpress.com
Thai-Translation : pphelpz.exteen.com / @pphelpz

credit : bigbangupdates.blogspot.com / pphelpz.exteen.com / bbviplover

 

 

 

 

ปล.ก่อนที่จะเปลี่ยนบ้านใหม่ อยากลงให้ครบหมดทุกพาร์ทที่บ้านหลังนี้ค่ะ เลยลงรวบซะเลย (ก็แล้วทำไมไม่รวบตั้งแต่แรก) ก็ ก็ ก็อยากให้เหมือนซีรีย์อะ ไม่มีอะไรมากกว่านี้

ปลล.เจอกันบ้านใหม่จ้า ^___^

 

 

 

 

by P.helpz @ bbviplover